รมว.คลังมีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาต “อาคเนย์- ไทยประกันภัย”มีผล 1 เม.ย. 2565

คลังมีคำสั่ง เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัย บมจ.อาคเนย์ประกันภัย และบมจ.ไทยประกันภัย มีผล 1 เม.ย. 2565 พร้อมให้กองทุนประกันวินาศภัยเข้ามาดูแล เผย 2 บริษัทฯ มีสินไหมค้างจ่ายประกันภัยโควิดกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจ บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยให้มีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2565 นี้

ทั้ง2บริษัทมีกรมธรรม์ประกันโควิด แบบเจอจ่ายจบ รวม 1.17ล้านกรมธรรม์เฉลี่ย 400-500บาทต่อกรมธรรม์ ขณะที่อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนต่ำกว่ากฎหมายกำหนดโดยทั้งสองบริษัทมีเงินกองทุนฯติดลบ บมจ.อาคเนย์มีเงินกองทุน-130.43% และบมจ.ไทยรับประกันภัยเงินกองทุนติดลบ 2,653.94%

ตามคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 670/2565 และคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 671/2565 ตามมาตรา 59 แห่ง พ.ร.บ.ประกันวินาศภัย เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันภัย ซึ่งเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยกองทุนประกันวินาศภัยจะเข้ามาเป็นผู้ชำระบัญชีและดำเนินการจ่ายเคลมสินไหมให้กับผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากการเพิกถอนใบอนุญาตทั้งสองบริษัท

 

“การเพิกถอนใบอนุญาตทั้ง 2 บริษัท เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนของผู้เอาประกันภัยให้เป็นไปตามขั้นตอน เนื่องจากก่อนหน้านี้คปภ.ได้มีคำสั่งให้ทั้ง 2 บริษัทหยุดรับประกันภัยชั่วคราวและเร่งรัดจ่ายสินไหม พร้อมแก้ไขสถานะทางการเงิน แต่ไม่ได้รับการแก้ไข โดยผู้ถือหุ้นของทั้ง 2 บริษัทยังยืนยันที่จะไม่เพิ่มทุนและต้องการเลิกกิจการ ในขณะที่สินไหมค้างจ่ายประกันภัยโควิดอีกมีประมาณ 1.81 หมื่นล้านบาทเป็นส่วนของ อาคเนย์ประกันภัยค้างจ่ายประมาณ 1.35 หมื่นล้านบาท และไทยประกันภัย มีสินไหมค้างจ่ายราว 4.6 พันล้านบาท ” เลขาฯ คปภ.กล่าว

ดังนั้น เมื่อคปภ.เห็นว่าจะส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของประชาชน ทางคปภ.จึงเสนอไปทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตามที่แจ้งไปข้างต้น เนื่องจากบริษัทมีสถานะทางการเงินไม่เพียงพอตามที่กฎหมายกำหนดทำให้ไม่มีความสามารถในการประกอบธุรกิจประกันภัยได้ต่อไป โดยคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 โดยคปภ.จะให้กองทุนประกันวินาศภัยเป็นผู้ชำระบัญชีและดูแลผู้เอาประกันของทั้ง 2 บริษัทต่อไป

 

โดยในวันจันทร์นี้จะหารือกับบริษัทประกันภัย จำนวน 15 บริษัท เป็นบริษัทประกันวินาศภัย 10 บริษัท และประกันชีวิต 5 บริษัท เข้ามาดูแลกรมธรรม์ไม่ใช่โควิดที่เหลือ 269 ราย หรืออาจจะมีการเจรจาคืนเบี้ยประกัน หลังจากโอนพอร์ตประกันอัคคีภัยและประกันรถยนต์ไปยังอินทรประกันภันแล้ว รวมถึงประกันภัยโควิดโอนไปยังทิพยประกันภัย จะต้องเปลี่ยนความคุ้มครองเป็นโคม่าและแนวทางที่ผู้เอาประกันภัยต้องปฏิบัติต่อไปซึ่งจะเป็นไปในแนวทางเดียวกับสองบริษัทประกันภัยที่ปิดไปก่อนหน้านี้

อ้างอิง
https://www.thansettakij.com/money_market

 

You may also like...